วันนี้เราจะพาคุณไปออมเงินแบบง่ายๆ ที่คนเก็บเงินไม่เก่ง เก็บเงินไม่ก็ทำได้ กับ 5 วิ ธีออมเงินได้จริง คนเก็บเงินไม่เก่ง ก็ทำได้ ไปดูกันว่าจะต้องทำอย่ า ง ไร บ้าง
ออมเงินไม่อยู่ เก็บเงินยังไงก็เก็บไม่ได้ เหมือนกับกระเป๋ามันมีรูรั่วอยู่ข้างใน อาการแบบนี้ไม่ว่าใครก็เคยเป็นกันทั้งนั้น จะให้ทำอย่ างไร คนมันต้องกินต้องใช้ ได้เงิน มาจะใช้ให้หมดไม่เห็นจะแปลกอะไรเลยอย่ าปลอบใจตัวเองอีกต่อไป มันมีวิธีเก็บเงิน!!!
แค่เราทำไม่ได้แค่นั่นเอง หรือคุณอาจจะเก็บเงินไม่ถูกวิธี ใครๆก็อย ากมีเงินเก็บไว้ใช้ในย ามจำเป็น แต่เผลอแปปเดียวรู้ตัวอีกทีก็เผลอใช้เงินไปจนเกือบหมดมาดูกันดีกว่าว่าเราสามารถ เก็บเงินง่ายๆ แต่ได้ผลได้อย่ างไร

1 ใช้เท่าไหร่ เก็บเท่านั้น
วิธีเก็บเงินง่ายๆ วิธีสุดท้าย…ใช้เท่าไหร่ เก็บเท่านั้นทำอย่ างไร ? สมมติว่าเรามีค่าใช้จ่ายที่นอ กเหนือจากการกินอยู่ และการตั้งเป้าหมายไว้ เช่น อยู่ๆ วันนี้เราอย ากซื้ อหนังสือใหม่ซักเล่ม เลยซื้ อหนังสือร า ค า 120 บาทไป
ห ยอ ดกระปุกเพิ่มไปเลย 120 บาท เราเห็นของลดร า ค า เสื้อยืดตัวละ 199 ข า ยเหมาสามตัว 500 บาท เลยหยิบมา
หยอ ดกระปุกไปอีกครั้ง 500 บาทวิธีเขี้ยวๆ อย่ างนี้เป็นไปได้เหรอ? มันโห ดเกินไปมั้ย? ขอตอบชัดๆว่าไม่โห ด เลย
นี่เป็นหนึ่งในวิธีบังคับตัวเอง ลดรายจ่าย เพิ่มเงินออมที่เห็นผลชัดเจนอีกเหตุผลหนึ่งมันทำให้เราหลีกเลี่ยงการใช้เงินอื่นๆ ที่อยู่นอ กเหนือ การใช้จ่ายต ามเป้าหมาย รวมไปถึงเพิ่มเงินออมโดยรวมได้เร็วขึ้น หากเราซื้ ออะไรต ามความอย ากของตัวเองบ่อยๆ แน่นอนว่ายิ่งเพิ่มวินัยทางการเงินอย่ างดีเข้าไปอีก ซื้ อเท่าไร ทบเงินเก็บไปเท่านั้น

2 ไม่ใช้แบงค์ 50
มาถึงวิธีแรก วิธีสุดฮิตที่หล า ยๆ คนเลือ กจะทำกัน ไม่เว้นแม้แต่ในเว็บไซต์ดัง พันทิพ ก็มีคน แ ช ร์ วิธีนี้มาแล้วนั่นคือ การเก็บแบงค์ฟ้า หรือ แบงค์ 50 ที่เราไม่ค่อยพบเจอ ในเมื่อหาเจอย าก ก็จัดการเก็บเข้ากระปุกแบบไม่ดึงมาใช้เลยดีกว่า เป็นอีกหนึ่งหนทางการออมที่มี
การการันตีแล้วว่าได้ผลมานักต่อนัก บางรายเก็บไปปีๆ หนึ่งได้เป็นหลักหมื่นเลยด้วยซ้ำทำไมวิธีการนี้ถึงเวิร์ก? ลองดูต ามหลักเหตุและผลครับโดยปกติแล้วการจับจ่ายปกติจะมีการใช้แบงค์ 100 กับแบงค์ 20 เป็นหลัก ร่วมกับเหรียญ นานๆ ที่แบงค์ 50 จะมีบทบาท
ดังนั้นการเก็บแบงค์ 50 มันทำให้เรารู้สึกว่าการออมมันไม่ได้ลำบากอะไรมากขนาดนั้น สามารถทำได้เรื่อยๆ แค่แบงค์ 50 เอง หยอ ดๆ กระปุกไปเถอะ แต่ลองดูตัวเลขดีๆ นะครับ สมมติเราซื้ อของทุกวันแล้วได้แบงค์มาวันละ 1 ใบ
1 เดือน เราจะได้ 50 x 30 = 1,500 บาท
1 ปี เราจะได้ 50 x 365 = 18,250 บาทนี่ขนาดแค่ตัวเลขสมมติ มันอาจจะได้มาก หรือน้อยกว่านั้นก็ได้ เพราะคงไม่มีใครซื้ อของทุกวันแล้วได้แบงค์ 50 ตลอ ดยกเว้นพ่อค้าแม่ค้า แต่คงเห็นแล้วว่าพลังของแบงค์ 50 นั้นจริงๆ มัน มากมายขนาดไหน อย ากร ว ยง่ายๆ เริ่มต้นได้ตอนนี้เลย หากได้แบงค์ 50 มาแล้วเก็บใส่กระเป๋าโลด

3 จำกัดการถอนเงินของตัวเอง
วิธีง่ายๆ วิธีที่สอง คือจำกัดการถอนเงินของตัวเองนั่นเอง ใช้วิธีถอนเงิน มาก้อนเดียวหรือสองก้อนเก็บไว้ที่บ้าน แล้วดึงมาใช้รายวันจะสามารถเก็บเงินได้ง่ายกว่า แต่ไม่ใช่ว่าถอน มาทีเดียวหมดบัญชีนะ แค่คิดก่อนว่าเราใช้เงินปกติวันละไม่เกินเท่าไหร่ แล้วจัดแจงคูณต ามวันที่มาทำงานเลย ส่วนการถอนครั้งต่อไปก็เก็บไว้ให้เหตุฉุกเฉินที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น
เช่น สมมติคุณใช้เงินเดือนละไม่เกิน 200 รวมค่าเดินทาง ค่ากินอยู่ปกติ คุณทำงานเดือนละ 20 วัน จำนวนเงินที่ถอนได้จะเท่ากับ 200 x 20 = 4,000บาท
เห็นมั้ยว่าแค่นี้ก็สามารถประหยัดเงินได้มากมายแล้ว อีกทั้งเรายังเห็นภาพรวมของเงินได้มากขึ้นกว่าการถอนรายวันด้วย เพราะสมมติว่าวันๆ นึงเราถอนเงินซักสามครั้ง ถ้าไม่ได้มีการทำบัญชีรายรับรายจ่าย เราลืมแน่นอนว่าเราจ่ายเงินค่าอะไรไปบ้าง
แต่ถ้าเราเน้นแค่ถอนเงินเป็นก้อน ใช้จ่ายอย่ างเป็นระบบ หากมีการถอนเงินพิเศษขึ้น มาคุณจะรู้ได้ทันทีเลยว่า นี่มันการใช้จ่ายแปลกปลอมที่ปกติไม่น่าเกิดขึ้นในระบบ ทำให้เรามีวินัยในการเงิน มากขึ้น

4 ตั้งเป้าแล้วแปะบนกระปุก
อย ากไปเที่ยว!
อย ากได้กระเป๋าใหม่ !!
อย ากได้มือถือเครื่องใหม่!!
ทุกอย่ างต้องใช้เงิน แต่เราเก็บเงินแทบไม่อยู่จะทำอย่ างไร…ง่ายๆ เลยแค่เขียนใส่กระดาษแล้วแปะข้างกระปุก ตั้งเป้าหมายในการเก็บเงิน อย ากไปเที่ยวต่างจังหวัดใช้เงินเท่าไหร่ กลับบ้านวันหยุดย าวเอาเงินไปฝากพ่อฝากแม่ เลี้ยงดูลูกหลานใช้เงินเท่าไหร่
เขียนแปะไว้เลย นอ กจากมันจะเป็นแรงจูงใจแล้ว บางครั้งเรื่องเหล่านี้จะเป็นกำลังใจให้เราเก็บเงินด้วย ซึ่งวิธีแปะกระปุกนี้ เราไม่จำเป็นต้องใช้กระปุกเดียวในการเก็บออม ใช้หล า ยกระปุกก็ได้ แล้วหยอ ดต ามความสำคัญที่เราเห็นควร

5 ใช้กระติกน้ำ
คุณอ่านไม่ผิดแน่นอน พกกระติกน้ำไปทำงานเป็นหนึ่งในวิธีการประหยัดเงินที่ได้ผลสุดๆ เมื่อเราหิวน้ำ ไม่จำเป็นต้องซื้ อน้ำขวดใหม่ คว้ากระติกตัวเองมาได้เลย นอ กจากจะประหยัดเงินแล้วยังดีต่อทรัพย ากรโลกอีกต่างหากทำไมเราจึงต้องเน้นเรื่องนี้?
ผลสำรวจการใช้เงินของคนไทยในปัจจุบันระบุไว้ว่าพวกเราใช้เงินไปกับอาหารและเครื่องดื่มสูงที่สุดเลยนั่นเอง และ บางครั้งค่าเครื่องดื่มสูงกว่าค่าอาหารเสียด้วยซ้ำยังไม่นับว่าเมื่อเราอย ากกินน้ำหวานหรือของฟุ่มเฟือย เราสามารถดื่มน้ำจากกระติกนี้แก้ขัดได้
แน่นอนว่าเราไม่ได้ห้ามเรื่องการกินกาแฟ ช าน มไข่มุก หรือเครื่องดื่มอื่นๆ แต่การมีกระติกน้ำจะลดโอ กาสที่เราได้กินเครื่องดื่มเหล่านี้ และเพิ่มเงินในกระเป๋าตัวเองให้มากขึ้น ทำให้เอาเงินไปใช้อย่ างอื่นได้
ลองดูตัวอย่ างง่ายๆ นะครับว่า ว่าเราจะประหยัดได้เท่าไหร่หากมีกระติกน้ำ สมมติเราดื่มน้ำดื่มขวดละ 7 บาท ทุกๆ วันที่ไปทำงาน เราทำงานเดือนละ 20 วัน
คิดเป็นเงิน 7 x 20 = 140 บาทต่อเดือน
หรือ 7 x 20 x 12 = 1680 บาทต่อปี
นี่แค่น้ำดื่มธรรมดาร า ค า 7 บาท หากเป็นเครื่องดื่มที่มีร า ค าสูงกว่านี้ เราก็สามารถประหยัดได้มากกว่านี้อีกมากเลยทีเดียว
ที่มา : profession-j55