วันนี้เราจะมาแนะนำสิ่งที่คนวัยทำงาน ควรรู้ กับ 8 สิ่งที่คนวัยทำงานควรสนใจ รู้ในวัยแก่ จะสายเกินไป ไปดูสิ่งที่คนวัยทำงาน ควรรู้พร้อมๆ กันค่ะ

1 โดนด่าวันนี้ ดีกว่าโดนด่าตอนอายุ 50
ด้วยความที่อายุเรายังน้อยนี่คือข้อได้เปรียบสุด เพราะ อายุยังน้อยความคาดหวังจากคนรอบข้างมันเลยน้อยต ามไปด้วย ทำอะไรผิดก็มักมีคนให้อภั ยเสมอ ถึงแม้ว่าเราจะรู้สึกกดดันในการทำงานสุดๆ แต่เชื่อเถอะ เราล้มเหลววันนี้ ดีกว่าเราไปล้มตอนอายุ 50 ถึงวันนั้นจะไม่มีคนคุ้มกะลาหัวเราด้วยซ้ำ
2 สนใจแต่อย่ าใส่ใจลู่วิ่งคนอื่น โฟกัสที่ลู่วิ่งของเรา
เมื่อทำงานไปนานๆ เราอาจเห็นเพื่อนๆในที่ทำงานของเราหล า ยคนเริ่ม ออ กไปเรียนต่อ สร้างครอบครัว บางคนเปลี่ยนงานไปงานที่เงินเดือนสูงสุดๆ บางคนเริ่มธุรกิจของตัวเอง คนนั้นคนนี้ได้ดิบได้ดีแล้วตัวเราล่ะทำอะไรอยู่ จงจำไว้ว่าอย่ าเอาจังหวะชีวิตของเราไปเปรียบเทียบ
กับคนอื่นเด็ดข า ด โฟกัสที่ลู่วิ่งของเรา รู้ว่าเรากำลังจะทำอะไร รู้ว่าปล า ยทางเราต้องการอะไร รู้ว่าวันนี้เราทำดีกว่าเมื่อวานแล้วหรือยัง ก็เพียงพอแล้ว แอบมองลู่วิ่งคนอื่นบ้ า งเป็นบางครั้ง เพื่อเป็นแรงผลักดันตัวเองให้พย า ย า มมากขึ้น แต่อย่ าเอามาเปรียบเทียบจนทำให้ตัวเองทุ ก ข์

3 อย่ าเป็นตัวของตัวเองเกินไปในโลกออนไลน์
หล า ยคนเชื่อว่าโลกออนไลน์เป็นพื้นที่ส่วนตัว จะโพสต์อะไรมันก็สิทธิ์ของเรา แต่รู้รึเปล่าว่า HR สมัยนี้นอ กจากจะดู resume เราแล้ว ยังดู เ ฟ ส ของเราด้วย เพื่อนเราที่เป็น HR ยืนยัน มาว่าหน้า เ ฟ ส บอ กความเป็นตัวตนที่แท้จริงของเราได้มากกว่า R e s u m e
เป็นสิบเท่า สิ่งที่เราโพสลงบนโลกออนไลน์ของเรานั้นมีผลกับเราตั้งแต่ก่อนเข้างานซะอีก เมื่อเราเป็น มนุษย์เงินเดือนเต็มตัว เรื่องพวกนี้ยิ่งต้องระวัง หรือ ถ้าอย า กมีพื้นที่ส่วนตัวจริงๆ แนะนำให้แยก เ ฟ ส ที่ทำงาน กับ เ ฟ ส ส่วนตัวเลย แล้วปิดสาธารณพด้วย ยิ่งเรื่องดราม่าในที่ทำงาน เกลีย ดคนนั้น เบื่องาน หัวหน้างี่เง่า ห้ามโพสต์เด็ดข า ด โพสต์ปุ้บมีคนแคปไปฟ้องแน่นอน
4 เราไม่ได้เกิดมาเพื่อทำงานอย่ างเดียว
เราไม่ได้ทำงานแล้วแฮปปี้ทุกวัน หล า ยครั้งที่เรากลับไปบ้ า นแล้วอย า กจะลาออ กมันซะเดี๋ยวนั้น แต่ถ้าเรามีเป้าหมายอื่นๆ ในชีวิต เช่น เก็บเงินซื้ อ บ้ า น ซื้ อ รถ เที่ยวรอบโลก การเปลี่ยน มาทำเรื่องที่เราชอบจะทำให้อารมณ์ดีขึ้น และเพิ่มความมั่นใจ เพราะการเฟลจากที่ทำงานส่วน มากมักทำให้เราเสียกำลังใจ
และข า ดความมั่นใจในตนเอง สำหรับเรามันส่ งผลถึงการเข้าสังคม การตัดสินใจในเรื่องงาน และอีกมากมาย ยกตัวอย่ าง เรามีเพื่อนคนนึงชอบตัดเย็บเสื้อผ้ามาก จริงจังขนาดลง ค อ ร์ ส เรียนเส า ร์อาทิตย์ ตอนนี้ทำงานประจำไปด้วย ตัดเสื้อผ้าข า ยไปด้วย ตั้งใจทำงานเป็นเรื่องที่ดี แต่หาอย่ างอื่นทำบ้ า งชีวิตจะได้ไม่เฉาคาที่ทำงาน

5 จงเป็น ‘ลูกจ้างมืออาชีพ’
ถ้าอย า กเป็น มนุษย์เงินเดือนที่ประสบความสำเร็จและมีความสุข จงเป็น ‘ลูกจ้างมืออาชีพ’ ให้ได้ ลูกจ้างมืออาชีพก็คือคนที่ตระหนักได้ว่า ‘เราถูกจ้างมาด้วยค่าตอบแทนจำนวนหนึ่ง’ นั่นหมายความว่าบริษัทเค้าต้องการอะไรบางอย่ างจากเราแลกกับค่าตอบแทนนั้นๆ
เราต้องรู้ว่าบริษัทจ้างเรามาทำอะไร และทำมันให้ดีกว่าที่บริษัทคาดหวังหากต้องการความก้าวหน้าในหน้าที่ หากงานที่ทำอยู่รู้สึกว่าไม่ตรงกับ skill หรือ passion ของเรา ก็ไม่ควรอ ดทนทำไป ควรจะหางานที่เราทำแล้วเรามีความสุขและทำได้ดีเพื่อดึงศักยภาพของตัวเองออ กมาให้มากที่สุด นอ กจากจะทำให้เราเติบโตในองค์กรแล้ว ยังทำให้เราพัฒนาตัวเองอยู่ตลอ ดเวลาและไม่เบื่อด้วย
แต่ก็ไม่ได้จะเชียร์ให้เป็นคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อนะ อ ดทนทำไปจนถึงจุดหนึ่ง เราจะรู้เองว่าควรไปทางไหนต่อ รีบหาสายงานที่ใช่ให้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วเราจะเป็น Expert ได้เร็วกว่าคนอื่น อายุเท่านี้ไม่ต้องกลัวการลาออ ก จะลาออ กกี่ครั้งก็ได้ ถ้าในที่สุดเราเจอสายอาชีพที่เรารักและอย า กทำ จะเป็นอะไรที่คุ้มค่ามาก และ ด้วยคอนเซ็ปท์เดียวกัน ‘เราถูกจ้างมาด้วยค่าตอบแทนจำนวนหนึ่ง’ อย่ าทำงานหนักเกินกว่าค่าตอบแทนจนเกินไป ทุ่มเทได้ แต่ต้องมีผลลัพธ์ที่ดีต ามออ กมาด้วย เช่นได้ปรับเงินเดือน ได้ประเมินดี
หาเวลาอยู่กับพ่อแม่ ญาติๆ บ้ า ง หันกลับไปมองข้างหลังบ้ า งว่าคนที่เป็นบันไดให้เรามายืนจุดนี้ ตอนนี้เค้าเป็นยังไงกันบ้ า งนะ? อย่ าลืมว่าพ่อแม่แก่ลงทุกวัน ดูแลสุ ข ภ า พ ท่านด้วย ถ้าเดือนไหนมีเงินเหลือก็ตรวจสุ ข ภ า พ ให้ท่านแล้วหาเวลาไป มันไม่ลำบากหรอ ก แลกกับความสุขของพ่อแม่
6 เล่นการเมืองกับทุกคน
เล่นการเมืองกับทุกคนไม่ได้หมายความว่าให้เราไม่จริงใจกับใคร แต่การเล่นการเมืองกับทุกคนคือ.. การที่เราดูว่าคนนี้เป็นคนยังไง จะเข้ากับเขาได้อย่ างไร ไม่ได้บอ กว่าให้สตอเบอร์รี่ หรือฝืนตัวเองมากๆ นะ
แต่แต่ละคนเขาก็มีพื้นฐานนิสัย ความชอบ โตมาในสังคมที่แตกต่างกัน การที่เราดูแล้วรู้ว่าจะ ‘อยู่ร่วมกับเขาแบบเป็นมิตร’ ได้อย่ างไรจะทำให้เราได้เปรียบมากๆ นอ กจากวางตัวง่ายแล้ว เราจะไม่มีศั ต รู
เคสนี้รวมถึงบางคนที่ดูแล้วไม่ถูกจริตกัน การวางตัวกับเขาก็คือเฉยๆ ทักทายสวัสดีต ามมารย า ท ไม่จำเป็นต้องไปคุยก็ไม่ต้องคุย… เราไม่รู้หรอ กว่าวันนึงโลกจะเหวี่ยงเราเข้าไปทำงานกับใคร เพราะฉะนั้น อย่ าสร้างศั ต รู เด็ดข า ด…!!!

7 หาคนที่เป็น มากกว่าเพื่อนร่วมงานให้เจอ
ความแตกต่างระหว่าง ‘เพื่อน’ กับ ‘เพื่อนร่วมงาน’ คืออะไร…? ที่เค้าบอ กว่ายิ่งโต ยิ่งหาเพื่อนย า กก็คงจะจริง สมัยประถม การหาเพื่อนใหม่ไม่ย า กเท่าสมัยมัธยม และ การหาเพื่อนในสมัยมัธยมก็ไม่อย า กเท่าตอนเข้ามหาวิทย า ลัย มันแปลว่ายิ่งเราโตขึ้นเท่าไหร่ เราจะหาเพื่อนย า กขึ้นเท่านั้น
และไม่ต้องบอ กเลยว่าการหาเพื่อนที่จริงใจคนนึงในออฟฟิศมันย า กแค่ไหน นอ กจากจะมีเรื่องผล ตอบแทน ทั้งตำแหน่ง เงินเดือน การประเมิน เข้ามาเกี่ยวด้วย หน้าที่หลักของมนุษย์เงินเดือนอย่ างเราคือไปทำงาน ไม่ได้ไปทำกิจก ร ร มสานสัมพันธ์หาเพื่อน ดังนั้นวันๆ เราจึงจะเจอแค่เพื่อนร่วมทีม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็เป็นการคุยกันแค่เรื่องงานเท่านั้น
การมีทีมที่อยู่ด้วยแล้วสนิทใจแบบนี้ เราคิดว่ามันคือ กำไรชีวิต พย า ย า มหาคนเหล่านี้ให้เจอในสังคมการทำงาน แล้วเราจะอย า กไปทำงาน มากขึ้น ให้เราลองถามตัวเองว่า ‘ถ้าเราลาออ กจากที่นี่ เรายังจะอย า กนัดคนนี้กินข้าวอยู่ไหม…?’ ถ้าคำตอบคือใช่ ยินดีด้วย คุณเจอเพื่อนจริงๆ ในที่ทำงานแล้วววว
8 มีแฟนในที่ทำงานได้แต่ต้องยอมรับผลที่ต ามมา
ถ้าคุณเป็นคนที่แยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ออ ก แนะนำว่าอย่ ามีแฟนในที่ทำงาน ไม่ได้บอ กว่าไม่ควรคบคนในที่ทำงาน แต่ถ้าคบแล้วก็ต้องยอมรับผลที่ต ามมาให้ได้ อาจต้องเจอเหตุการณ์เช่น ทะเลาะกับแฟน มาแล้วต้องมาคุยงานกัน มีใครบ้างแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานออ กจากงานได้ 100 % บ้ า ง ถ้าไม่ต้องเจอหน้ากันทุกวันหรือทำงานใกล้ชิดก็ยังพอโอเค แต่ถ้าทีมเดียวกันอาจจะเหนื่อยหน่อย ทะเลาะกันขึ้น มาเมื่อไหร่รู้ทีค่อนบริษัท
ที่มา : sabailey