Home ข้อคิด คำคม 13 จุดเรื่องรถ ที่ควรตรวจเช็คก่อนออ กจากบ้าน ทำได้ด้วยตัวเอง

13 จุดเรื่องรถ ที่ควรตรวจเช็คก่อนออ กจากบ้าน ทำได้ด้วยตัวเอง

21 second read
Comments Off on 13 จุดเรื่องรถ ที่ควรตรวจเช็คก่อนออ กจากบ้าน ทำได้ด้วยตัวเอง
0
90

วันนี้เราจะพาคุณไปตรวจเช็คสภาพรถก่อนที่จะเดินทางออ กจากบ้าน กับบทความ 13 จุดเรื่องรถ ที่ควรตรวจเช็คก่อนออ กจากบ้าน ทำได้ด้วยตัวเอง ไปดูกันว่าจะต้องตรวจเช็คตรงจุดไหนบ้าง เพื่อความปลอ ดภั ยของคุณและเพื่อนร่วมทาง และที่สำคัญบังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีก

1 เตรียมเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินไว้เสมอ

ติดเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินไว้ในรถเสมอเมื่อต้องเดินทางไกล ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดในการขับขี่รถยนต์ ก็คือ การเคารพกฎจราจร มีความระมัดระวังอยู่เสมอ ไม่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง เว้นระยะห่างคันหน้าให้พอ ดี และมีน้ำใจแก่ผู้ร่วมทาง เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ขับขี่รถของคุณทุกเส้นทาง แม้เจอสภาพอากาศเช่นใด ก็จะเพิ่มความปลอ ดภั ยขึ้นได้ในทุกๆ ครั้ง

2 ย างรถยนต์

สิ่งแรกเลยให้สังเกตดูรูปลักษณ์ภายนอ กของตัวย างรถยนต์ ความหนาของดอ กย าง ย างที่ดีควรมีดอ กย างเหลือไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร และดูว่ามีรอยฉีกข า ดหรือไม่ แล้วอย่ าลืมทำการตรวจความดันลมย าง ตรวจดูว่าน็อตขันแน่นดี แต่ก็ไม่แน่นจนเกินไปจนคล า ยออ กไม่ได้ด้วยตัวเอง

3 ใบปัดน้ำฝน

อายุเฉลี่ยของใบปัดน้ำฝนจะอยู่ที่ประมาณ 2 ปี แต่หากว่าสภาพอากาศที่ร้อนจัดๆ อาจเร่งให้ย างใบปัดเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติได้ ดังนั้นจึงควรตรวจเช็คด้วยการฉีดน้ำล้างกระจก เพื่อ ดูว่ายังคงปัดน้ำได้เกลี้ยงหรือไม่ หากเสื่อมสภาพจริงๆ ก็ควรรีบเปลี่ยน ซึ่งใบปัดน้ำฝนนี้มีรา ค าแค่หลักร้อยเท่านั้น

4 ระบบเบรก

ระบบเบรก ABS ในรถยนต์รุ่นใหม่ เป็นอุปกรณ์มาตรฐานอยู่แล้ว ซึ่งระบบดังกล่าวจะช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อคต ายเมื่อเหยียบเบรกเต็มแรง ซึ่งมีประโยชน์มากบนถนนเปียกลื่น เพราะผู้ขับขี่จะยังคงสามารถควบคุมทิศทางตัวรถเพื่อเลี่ยงสิ่งกีดขวางข้างหน้าได้ วิธีการตรวจเช็คคือให้ลองหาถนนโล่งๆและปลอ ดภั ย ขับรถด้วยความเร็วราว 30 กม./ชม. จากนั้นให้เหยียบเบรกเต็มแรง หากได้ยินเสียงดังจากช่วงล่าง และมีแรงสะท้านที่แป้นเบรกเป็นจังหวะถี่ๆ นั่นแสดงว่าระบบเอบีเอสยังคงทำงานได้ดีอยู่ แต่หากได้ยินเสียงย างบดถนนดังเอี๊ยดย าวๆ นั้นก็แปลว่า ABS มีปัญหา ต้องแก้ไข

5 ระบบไฟ

ระบบไฟส่องสว่างถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่ างยิ่งในขณะฝนตก คุณจึงควรตรวจเช็คหลอ ดไฟทุกจุด ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว รวมถึงไฟตัดหมอ กหน้า-หลัง เพราะจะช่วยให้รถคันอื่นสามารถมองเห็นคุณได้ง่ายขึ้น ท่ามกลางทัศนวิสัยที่ย่ำแย่ แต่หากหลอ ดไฟติดเพียงข้างเดียว อาจทำให้รถคันที่วิ่งต ามมา เข้าใจผิดว่ารถคุณคือมอเตอร์ไซค์ เสี่ยงก่อให้เกิดอุบัติเหตุต ามมาได้

6 เช็คระบบปรับอากาศ

สภาพอากาศในเมืองไทย อากาศร้อนถึงร้อน มากโดยส่วนใหญ่ การเตรียมความพร้อมให้ระบบปรับอากาศสามารถทำความเย็นได้ต ามปกติถือเป็นสิ่งที่ควรดูแลเป็นอย่ างมาก โดยมากระบบปรับอากาศจะเริ่มอุดตันจากการไม่ได้ดูแลเรื่องกรองแอร์ ซึ่งเป็นสาเหตุให้รถมีกลิ่นและไม่เย็นอย่ างที่ควรจะเป็น ถ้าเป็นไปได้ ควรเปลี่ยนกรองแอร์ทุกๆ 1 หมื่นกิโลเมตรเช่นกัน จะทำให้แอร์เย็นและอากาศในรถสดชื่นยิ่งขึ้น ทั่้งนี้ การเปิดกระจกขณะขับรถ มีส่วนทำให้กรองแอร์ตันและสกปรกเร็วยิ่งขึ้น

7 อะไหล่สำรอง

ตรวจดูอีกครั้งส่าย างอะไหล่และแม่แรงเก็บอยู่ตำแหน่งใด ตรวจเช็คลมย างอะไหล่ และให้แน่ใจว่าแม่แรงและด้ามขันใช้งานได้ต ามปกติ

8 ระดับน้ำระบบต่างๆ

ระดับน้ำหล่อเย็น ควรจะมีอยู่ถึงระดับสูงสุดในถังพักสำรอง หม้อน้ำควรดูว่าด้านหน้าหม้อน้ำหมดจดไม่มีเศษวัสดุ หรือใบไม้ติดอยู่ ดูท่อย างว่ามีรอยแยกเปื่อย มีรอยฉีกข า ดหรือหลวม

9 แบตเตอรี่และสายไฟ

ตรวจดูและเติมน้ำกลั่นให้ได้ระดับที่กำหนด ดูเปลือ กแบตเตอรี่ว่ามีร่องรอยเสียห า ยหรือไม่ ตรวจดูขั้วต่อและสายไฟว่าอยู่ในสภาพดีหรือไม่

10 เข็มขัดนิรภั ย

ตรวจเช็คว่าหัวเข็มขัดสามารถล็อคได้เรียบร้อย สายเข็มขัดมีรอยฉีดข า ดหรือไม่

11 แตร

ลองกดดู ให้แน่ใจว่าเสียงแตรดังชัดเจนดีหรือไม่

12 เช็คน้ำมันเครื่อง

ส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งสำหรับเครื่องยนต์ นั่นคือ น้ำมันเครื่อง ถือเป็นส่วนสำคัญเป็นอย่ างมาก โดยให้ดึงก้านเช็คน้ำมันเครื่องในขณะที่ดับเครื่องยนต์ทุกครั้งเพื่อเช็คระดับน้ำมันเครื่อง ระดับน้ำมันเครื่องควรอยู่ไม่ต่ำกว่าระดับที่ก้านระบุไว้ โดยสามารถเติมน้ำมันเครื่องเพิ่มลงไปได้หากน้อยกว่าที่ระบุ นอ กจากนี้ น้ำมันเครื่อง ควรทำการเปลี่ยนถ่ายทุกๆ 1 หมื่นโล เพื่อประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ และถนอมส่วนประกอบต่างๆภายในเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะเป็นลูกสูบ เสื้อสูบ ข้อต่อต่างๆ

13 เช็คน้ำมันเบรก

น้ำมันเบรกจะช่วยหล่อลื่นส่วนต่างๆ ในระบบเบรก เนื่องจากต้องมีการเสียดสีของส่วนต่างๆในระบบเบรก ไม่ว่าจะเป็น ลูกสูบ ลูกย าง ภายในแม่ปั๊มเบรก ลูกปั๊มเบรก ถ้าหากน้ำมันเบรกรั่ว หรือไม่เพียงพอ จะเกิดการสึกหรอ จนกระทั่งไม่สามารถเบรกได้ หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่า ‘เบรกแตก’

โดยมากกระบอ กเก็บน้ำมันเครื่องจะอยู่บริเวณตอนหน้าของห้องเครื่อง เราสามารถสังเกตได้จากภายนอ กว่าน้ำมันเบรกข า ดหรือไม่ โดยควรให้อยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่า Min หากน้ำมันเบรกเริ่มน้อยลง มีความเป็นไปได้ถึงผ้าเบรกเริ่มสึกหรอลง ควรตรวจสอบผ้าเบรกด้วยว่ายังเหลือเพียงพอหรือไม่

สุดท้ายแล้ว 13 ขั้นตอนง่ายๆนี้ สามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง แต่ที่สำคัญที่สุด ขับรถต้องใจเย็น มีสติ และมีน้ำใจให้เพื่อนร่วมทาง เพียงเท่านี้ การเดินทางไกลก็จะปลอ ดภั ยถึงที่หมายด้วยความสุขใจของคนที่รออย่ างแน่นอน

ขอขอบคุณที่มาจาก : https://www.share-si.com/2019/02/13.html

ที่มา Kaijeaw.com , item2day , one2car, feedsod

Load More Related Articles
Load More By rooormai
Load More In ข้อคิด คำคม
Comments are closed.

Check Also

5 นิสัยที่ควรเลิกทำ อนาคตมีเงินเก็บ ชีวตดี

วันนี้เราอยอ กที่จะพาเพื่อนๆ ไปเรียนรู้นิสัยที่ควรหยุดทำ กับบทความ 5 นิสัยที่ควรเลิกทำ อนา…