วันนี้เราจะพาคุณไปเรียนรู้ข้อคิดดีๆ จากบทนิทาน ‘ความทะนงตนของแ ม ล งวัน’ ไปดูกันว่านิทานเรื่องนี้จะสอนให้คุณนั้นได้เรียนรู้ชีวิตอย่ างไรบ้าง ในทุกๆ วัน
เรื่องมีอยู่ว่า แ ม ล งวันตัวหนึ่งไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่งเที่ยวบินเร่ร่อนหาของกินไปทั่ว และไม่ได้คิดถึงอะไรมากนัก นอ กจากคิดว่าตนเองมีความสุขสบายดีแล้วที่มีชีวิตแบบนี้ เพราะเป็นผู้ไม่มีภาระและไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย วันหนึ่งแ ม ล งวันตัวนี้บินเตร็ดเตร่ไปหา ของกินแล้วพบฝูงมดง่ามฝูงหนึ่งกำลังขนอาหารไปสู่รังอย่ างขะมักเขม้น แ ม ล งวันปล่อยเสียง

หัวเราะออ กมาอย่ างเย้ยหยัน มดง่ามตัวหนึ่งได้ยินดังนั้นจึงเงยหน้าขึ้น มองแล้วถามแ ม ล งวันว่า ‘มีใครในหมู่พวกเรา ทำให้ท่านขบขันถึงปานนั้นหรือ’ แ ม ล งวันร้องบอ กอย่ างเย้ยหยัน ‘ข้ามิได้ ขบขันผู้ใดผู้หนึ่งในหมู่ท่าน แต่ข้าพเจ้ารู้สึกเวทนาในชะต าชีวิตของพวกเจ้ามากกว่าที่พวกท่าน
ต้องทำงานอยู่ตลอ ดเวลาจึงจะมีอาหารประทังชีวิต ผิดกับตัวข้าพเจ้าที่ไม่ต้องทำอะไรเลย แต่สามารถหาอาหารมาปรนเปรอ กระเพาะได้ตลอ ดเวลา’ มดง่ามตอบ ‘ชะต าชีวิตของพวกเรา ทำให้ท่านรู้สึกอย่ างนั้นหรือ…ผิดแล้วล่ะ ท่านต้องคิดกลับกันต่างหาก เพราะการทำงานอย่ างขยันขันแข็ง
ทำให้ชีวิตของพวกเรามีคุณค่าเป็นที่ประจักษ์ทั้งตัวเราเองและผู้อื่น แต่ข้าพเจ้าก็พอเข้าใจอยู่หรอ กว่า สำหรับท่านซึ่งทำตนเสมือนอยู่ไปวันๆ นั้นคงไม่รู้จักคุณค่าที่แท้จริงของผู้อื่นหรอ ก เพราะแม้แต่ตัวท่านเอง ยังทำตนให้เกิดคุณค่าใดๆ มิได้เลย’ หลังจากฟังมดง่ามพูด แ ม ล งวันผู้หยิ่งผยองก็บอ กเล่าความเหนือ กว่า

และความมีบุญวาสนาของตัวเองอีกหล า ยประการไม่ว่าจะการได้ไปบินวนรอบๆ ที่บูช า วิหารเทพเจ้า ได้มีโอกาสลิ้มรสเครื่องในตับไตไส้พุงของเครื่องเซ่นสรวงในวิหาร และยังมีโอกาสบินว่อนไปเกาะเศียร ของกษัตริย์ ซึ่งเป็นเจ้าเหนือหัวของผู้คนทั่วแผ่นดิน รวมทั้งจุมพิตริมฝีปากสาวบริสุทธิ์ทุกคนได้ต ามที่ต้องการ
‘และสุดท้าย ขอย้ำให้ท่านฟังอีกครั้งหนึ่งว่า ข้าพเจ้านั้น ไม่ต้องดิ้นรนทำงาน แต่ก็มีชีวิตที่โอ่อ่าหรูหราได้ อย่ างง่ายดาย ซึ่งหากเปรียบกับตัวท่าน ผู้ที่ฟันยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำน มแล้ว ข้าพเจ้าก็คิดว่าไม่มีสิ่งใดหรอ กที่จะ นำมาเทียบกันได้’ มดง่ามนิ่งฟังอย่ างสงบ แล้วตอบว่า ‘แน่ทีเดียว ท่านแ ม ล งวัน…เราต้องภาคภูมิใจเมื่อได้
รับประทานอาหารกับเทพเจ้า แต่ก็ต่อเมื่อได้รับการเชื้อเชิญอย่ างยินดี ไม่ใช่ถือตนเข้าไปเองโดยไม่มีการต้อนรับ แล้วท่านเคยได้รับการเชื้อเชิญหรือไม่…หรือท่านเคยได้ไปเยือนสถานที่บูช าอย่ างนั้นหรือ? อาจเป็นเช่นนั้นได้ แต่ท่านก็ถูกขับไล่ออ กมาอย่ างรวดเร็ว มิใช่หรือ…หรือเรื่องพระเศียรของกษัตริย์ และริมฝีปากของหญิงสาว
แต่ทั้งสองเป็นสิ่งที่ควรปกปิดจากการสัมผัส และแม้แต่เด็กยังรู้ว่าต้องให้ความเคารพ และปฏิบัติกับสิ่งเหล่านั้น อย่ างให้เกียรติ แต่ท่านเล่า เหตุใดจึงทำการล่วงละเมิดเช่นนั้นอยู่เป็นนิจ หรือในชีวิตของท่าน ไม่เคยรู้จักกับ กาลเทศะและความสงบเสงี่ยม’ ‘ท่านไม่ทำงานเลยหรือ’ ใช่แล้ว เพราะเช่นนี้อย่ างไรเล่า ท่านจึงต้องข า ดแคลน

บ่อย ๆ ด้วยเหตุนี้เอง ขณะเมื่อข้าพเจ้าทำงานเก็บไว้กินในฤดูหนาว ข้าพเจ้าเคยแลเห็นท่านเที่ยวหากิน ต ามกองขยะและสิ่งปฏิกูลใกล้ๆ กำแพงเมือง ซึ่งต้องเสี่ยงเผชิญกับความหนาวเย็นที่อาจจะทำให้ท่านต าย ได้ทุกเมื่อ…และนั่นคือเหตุผลที่ว่า เหตุใดข้าพเจ้าและเพื่อนๆ จึงต้องทำงานกันอย่ างหนักในตอนนี้ เพราะอาหาร
ที่พวกเรากำลังขนเข้าไปในรังจะกล า ยเป็นเสบียงอาหารชั้นดี ที่ช่วยให้พวกเราอยู่รอ ดตลอ ดหน้าหนาวนั้น โดยที่ไม่ต้องออ กไปเสี่ยงภั ยหนาวอยู่ข้างนอ ก…’ กล่าวจบมดง่ามก็ละความสนใจจากแ ม ล งวันแล้ว กลับเข้ากลุ่มมดเพื่อทำงานต ามหน้าที่ตนเองอย่ างแข็งขันต่อไป ส่วนแ ม ล งวันนั้นรู้สึกเสียหน้าอย่ างมาก
มันรีบบินออ กไปไกลจากฝูงมด และไม่เคยกลับมาทางนี้อีกเลย เรื่องดังกล่าวสอนให้รู้ว่า เราต้องไม่ดูแคลน ว่าผู้อื่นต้อยต่ำ แล้วทะนงตนเองว่าสูง เพียงเพราะเห็นว่า ตัวเองมั่งมีสุขสบายกว่าเขา เพราะนั่นเป็นเพียง เปลือ กนอ กที่ฉาบฉวยเกินกว่าจะเอามาตัดสินคุณค่าชีวิตของใคร คนใดคนหนึ่งได้ เพราะคนที่สูงส่ งจริงๆ
แล้ว เขามักจะอยู่อย่ างเจียมตน และไม่อวดอ้างหรอ กว่า ตนเองอยู่เหนือ กว่าผู้อื่น เนื่องจากคนที่สูงส่ ง ที่แท้จริงย่อมทำตนเองให้มีคุณค่ามากพอ จนเกิดความรู้สึกอิ่มเอมในชีวิต และไม่จำเป็นต้องยกตน เพื่อไปเปรียบเทียบหรือคุกคาม ข่มเหงใครๆ เพียงเพราะต้องการให้ตนเองดูยิ่งใหญ่กว่าผู้อื่น เพราะผู้ที่ทำเช่นนี้ไม่ใช่คนที่สูงส่ งอะไร แต่เป็นคนต่ำต้อยที่อย ากให้ใครๆ รู้ว่าตนเองสูงส่ งเท่านั้น.
ที่มา create-readingth