วันนี้เราจะพาคุณไปดูสิ่งที่คุณนั้นจะต้องรู้เมื่อขับรถตอนกลางคืนเป็นประจำทุกๆ วัน กับบทความ 10 สิ่งต้องรู้ เมื่อขับรถเวลากลางคืน ไปดูกันว่าการขับรถกลางคืนนั้นจะต้องเรียนรู้อะไรบ้าง เพื่อความปลอ ดภั ยของคุณและเพื่อนร่วมทาง
อุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ แต่รู้ไหมว่าในช่วงเวลากลางคืนนั้น มักจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น มากกว่าเวลากลางวัน โดยสถิติระบุว่าอุบัติเหตุกลางคืนจะมากกว่าในกลางวันถึง 3 เท่า โดยสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าช่วงกลางคืนนั้น มีหล า ยปัจจัยส่ งเสริมให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เช่น วิศัยทัศน์ที่ไม่ชัดเจนย ามค่ำคืน แสงไฟที่ส่องกระทบ ความเมื่อยล้า อาการง่วงขณะขับขี่ ล้วน มีผลทั้งสิ้น ดังนั้นวันนี้ทาง khaorot.comจึงมีเคล็ดลับดีดีมาฝาก เพื่อความปลอ ดภั ยของผู้ขับขี่ทุกท่าน
ดูเพิ่มเติม: ข้อสอบใบขับขี่มีกี่ข้อ

1 ใช้เลนส์กันแสงสะท้อน
หากวิสัยทัศน์ของคุณไม่ดี ไม่ว่าจะสายต าสั้นหรือย าว ทำให้มีความจำเป็นต้องสวมแว่นต า ไฟสูงจะเป็นสิ่งท้าทายมากสำหรับคุณ เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งนี้ให้ลองใส่คอนแทคเลนส์หรือซื้ อแว่นต าที่ใช้วัสดุป้องกันแสงสะท้อน ลดผลกระทบจากไฟหน้าด้านนอ ก และควรเก็บแว่นต าไว้ในรถพร้อมใช้เมื่อจำเป็น

2 เปิดไฟก่อนพระอาทิตย์ตก
แม้ว่าจะยังไม่จำเป็นต้องใช้ไฟหน้าเพื่อ ดูถนนในช่วงเวลานี้ เพราะยังคงมีแสงสว่าเพียงพอให้มองเห็นเส้นทาง แต่ถ้าหากตวงอาทิตย์อยู่ด้านหลังรถคุณ จะเป็นการปิดบังมุมมองของรถคันอื่นได้ทำให้มองไม่เห็นรถของคุณ ดังนั้นคงจะดีกว่าหากเปิดไฟหน้าไว้ก่อนที่ดวงอาทิตย์จะตกดิน
3 ขับช้าลง
โดยทั่วไปแล้วการขับขี่ในเวลากลางคืนต้องใช้ความเร็วน้อยกว่าการขับขี่ในเวลากลางวัน เพราะต้องใช้เวลามากขึ้นเพื่อให้ผู้ขับขี่สังเกตและตอบสนองต่ออันตรายจากถนนคนเดินเท้าและสิ่งกีดขวางอื่น ๆ เพียงแค่ขับช้าลง คุณก็จะมีเวลาและสามารถคิดตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น
4 ระวังคนเมา ผู้ขับขี่ที่เหนื่อยล้าและสั ต ว์ข้ามถนน
ต ามสถิติแล้ว ผู้ที่ขับขี่รถในเวลากลางคืนจะมีความเมื่อยล้าเกือบตลอ ดเวลามากกว่าในระหว่างวัน โดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ ( วันศุกร์และวันเสาร์ ) และวันนักขัตฤกษ์ต ามเทศกาลต่างๆ มักจะมีคนเมามากขึ้นกว่าวันธรรมดา จึงควรขับขี่ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ ส่วนผู้ที่ต้องขับขี่ไปต่างจังหวัดก็อาจต้องระวังสั ต ว์ข้ามถนนเพื่มอีกข้อหนึ่ง

5 หยุดพักเป็นระยะ
ความเมื่อยล้ามีความเสี่ยงต่อ การลดความรู้ ความเข้าใจ และใช้เวลาในการตอบสนองช้าลงไปจนถึงขับรถออ กจากเลน แม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้เกิดเหตุไม่คาดฝันได้ จึงควรหยุดพักเป็นระยะหากต้องขับรถเป็นเวลานาน พร้อมทั้งลงจากรถเปลี่ยนอิริย าบท เพื่อความกระปรี้กระเปร่าพร้อมสำหรับการเดินทางต่อไป

6 เบนสายต ามองด้านข้างบ้าง
ปกติแล้วในเวลาขับขี่เรามักจะมองด้านหน้าเป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อขับรถในเวลากลางคืนคุณควรเปลี่ยนจุดโฟกัสสายต า มองกระจกข้าง กระจกหลังบ้าง เพื่อให้เกิดความตื่นตัวตลอ ดเวลาและตระหนักถึงสภาพแวดล้อมขณะขับขี่ หากเน้น มองด้านหน้าอย่ างเดียวเป็นระยะเวลานาน ร่างกายจะตกอยู่ในสภาวะคล้ายถูก ‘สะกดจิต’ ทำให้การรับรู้และตอบสนองลดลง
7 เช็คอุปกรณ์ความปลอ ดภั ย
ควรคาดเข็มขัดนิรภั ยทุกครั้งเมื่อขับขี่ ปรับเบาะนั่งและกระจกมองข้าง มองหลัง ให้พอ ดี จัดวางโทรศัพท์มือถือในที่เหมาะสม ไม่ขัดขวางการขับขี่และไม่ร่วงหล่นง่ายขณะเบรก อาจคุยกับผู้โดยสารหรือเปิดเพลงเพื่อไม่ให้ง่วงนอน
8 ทำความสะอาดไฟและกระจก
ไฟหน้าเปรียบเหมือนดวงต า ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการขับขี่ตอนกลางคืน หากปล่อยให้ขุ่น มัวก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อ การเกิดอุบัติเหตุ ควรทำความสะอาดหรือถอ ดล้างทุกสองสามสัปดาห์หรือหลังจากทริปท่องเที่ยว ซึ่งจะทำให้ไฟมีความสว่างและความชัดเจน มากขึ้น สิ่งที่ต้องระวังคือ หลีกเลี่ยงการใช้มือของคุณเพื่อเช็ดชิ้นส่วนที่สำคัญเนื่องจากอาจทำให้เป็นรอยขุ่น มากกว่าเดิม ควรใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์หนังสือพิมพ์เพื่อทำความสะอาดแทน

9 ใช้ไฟสูงกรณีที่มีแสงน้อย
ไฟสูงสามารถเปิดได้ หากขับรถบริเวณที่มืดมากและมีทัศนวิสัยต่ำซึ่งมีย านพาหนะอื่นน้อยเพื่อเพิ่มความปลอ ดภั ยให้แก่คุณ เมื่อเปิดไฟสูงขณะขับรถผ่านทางโค้งหรือขึ้นเขาแล้วมีรถสวน มาควรเปลี่ยนเป็นไฟต่ำเพื่อรถคันหน้าต าพร่าจากแสงไฟรถเรา และควรหลีกเลี่ยงการเปิดไฟสูงในที่ชุมชน

10 เลี่ยงแสงจ้า
ถ้ารถด้านหน้าเปิดไฟสูงกระทบต า อย่ ามองตรงไฟ ให้โฟกัสที่จุดอื่นด้านหน้า ประคองรถให้อยู่ในเส้นทาง หากรถด้านหลังเปิดไฟสูงกระทบจนต าพร่า ให้ปรับมุมกระจกมองหลัง ลดแสงตกกระทบ
เพียงเท่านี้ คุณก็พร้อมสำหรับการเดินทางตอนกลางคืน โดยไม่ต้องกังวลหรือขย าดอีกต่อไป เมื่อต้องขับรถหลังพระอาทิตย์ตกดิน
ที่มา khaorot