Home ข้อคิด คำคม ข้อคิดการเลี้ยงลูก จะร่ำร ว ยแค่ไหนก็ต้องเลี้ยงลูกเหมือนคนจน

ข้อคิดการเลี้ยงลูก จะร่ำร ว ยแค่ไหนก็ต้องเลี้ยงลูกเหมือนคนจน

11 second read
Comments Off on ข้อคิดการเลี้ยงลูก จะร่ำร ว ยแค่ไหนก็ต้องเลี้ยงลูกเหมือนคนจน
0
1,806

วันนี้เราอย ากที่จะพาเพื่อนๆ ไปเรียนรู้ข้อคิดการเลี้ยงลูกของคนสมัยใหม่ กับบทความ ข้อคิดการเลี้ยงลูก จะร่ำร ว ยแค่ไหนก็ต้องเลี้ยงลูกเหมือนคนจน ไปดูกันว่าทำไมคนร ว ยถึงต้องเลี้ยงลูกให้เหมือนที่คนจนเลี้ยง

ในวันนั้น ผมได้พาลูกไปร้านเครื่องเขียนแห่งหนึ่ง ลูกของผมอย ากได้กล่องดินสอ มองหน้าพ่อแล้วบอ กว่า อย ากได้แบบนี้แบบนี้ ลูกของผมเลือ กแบบหรูหรา แต่ผมให้ซื้อแค่ แบบธรรมดาที่ใช้งานได้เหมือนกัน ลูกทำหน้างอทันที ร้องอย ากได้ไม้บรรทัด ก็อย ากได้แบบสวยงามแต่ผมก็ให้เลือ กแบบแค่พื้นฐานใช้งานได้เหมือนกันเพียงเท่านั้นลูกก็ทำ หน้าหงิกหน้างอเข้าไปอีก ผมไม่ได้ว่าอะไร ตั้งใจก่อนนอนคืนนี้ จะชี้แนะลูกด้วยการเล่านิทานเปรียบเปรย ให้เข้าใจหลังจากได้เป็นพ่อคนแล้ว ผมตั้งใจจะเลี้ยงลูกไม่ให้เหมือน

แบบที่ช าวเอเชียเขานิยมทำกันที่มักไม่ยอมให้ลูกลำบาก ดูแลปกป้องแบบไข่ในหิน ประคบประหงมเกินพอ ดีหล า ยปีผ่านไป ผมรู้สึกว่าวิธีการเลี้ยงลูกของผมจะลำบากมากขึ้น ทุกวันจนกระทั้งวันหนึ่ง ผมได้ อ่ า น จดหมายเปิดผนึกฉบับหนึ่งที่โพสต์ลงในบอร์ดของมหาวิทย าลัยนานกิง จดหมายจากผู้ใช้นานว่า ‘พ่อผู้ขมขื่น’ เขียนถึงลูกเขาที่เป็นนักศึกษา ในมหาวิทย าลัยนั้นแต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อลูก จดหมายฉบับนี้มีคุณค่ามากในสายต าของผม ถึงลูกรักของพ่อแม้ลูกจะทำให้พ่อทุ ก ข์ใจเกินบรรย ายแต่ลูกก็ยังเป็นลูกของพ่ออยู่วันยังค่ำ

หลังจากที่ลูกสามารถสอบเข้ามหาวิทย าลัยได้แล้ว อาจเป็นเพียงคนเดียวของตระกูลเราในรอบหล า ยชั่ วอายุคนที่ทำได้สำเร็จ หลังจากนั้นพ่อชักไม่แน่ใจว่าตกลงใครเป็นพ่อ และใครเป็นลูกกันแน่ต่อมลูกหมากของผมลดลง 3 เท่าเมื่อลองทำวิธี รั ก ษ า วิธีนี้ พ่อช่วยแบกสัมภาระไปส่งลูกถึงหอพัก ช่วยกางมุ้ง ปูที่นอนซื้อ กับข้าวกับปลา ต้องสอนแม้กระทั่ง

วิธีบีบ ย า สี ฟั น ออ กจากหลอ ด ทั้งหล า ยทั้งปวง ดูเหมือนว่ามันเป็นหน้าที่ที่พ่อสมควรต้องทำให้ ไม่ได้ยินคำว่าขอบคุณสักคำจากลูกตั้งแต่ต้นจนจบรู้สึกด้วยซ้ำว่าเป็นเกียรติ อันยิ่งใหญ่ที่พ่อผู้ด้อยความสามารถคนนี้มีโอกาสได้รับใช้ลูกทูนหัว ที่บัดนี้ได้เป็นนักศึกษาผู้ทรงเกียรติไปแล้วปีแรกทั้งปี ที่บ้านได้รับจดหมายจากลูกสามฉบับ ข้อความรวมกันแล้ว อาจย าวกว่าข้อความในโทรเลขหนึ่งฉบับสักหน่อยข้อความย่นย่อ ล า ยมือหวัด อ่ า น ย าก มีแต่คำว่า ‘เงิน’ นี่ตั้งใจเขียนได้ชัดเจนที่สุดพอขึ้นปีที่สอง จดหมายมาแบบถี่ๆ ล้วนขอเงิน

เพิ่ม ลีลาการเร่งเร้าให้ส่งเงิน ข้อความที่เรียกร้องความเห็นใจ รับรู้ได้ถึงว่า หากเรียนจบแล้ว ลูกสามารถไปยึดอาชีพเป็นพวกเจ้าหน้าที่เร่งรัดห นี้สินได้เยี่ยมแน่นอนแต่สิ่งที่ทำให้พ่อ เ จ็ บ ป ว ด ที่สุดนั้น มาจากการที่ลูกอาจหาญถึงขั้นปลอมแปลงตัวเลขจำนวนเงินที่ต้องจ่ายค่าหน่วยกิตของมหาวิทย าลัย ไม่คิดว่าลูกจะใช้วิธีนี้ มาหลอ กลวงเงินทองจากผู้เป็นพ่อแม่ ที่ให้กำเนิด เลี้ยงดู รักใคร่ลูกมาตลอ ดเพียงเพื่ออย ากได้เงินเพิ่ม ไปเที่ยวผับเที่ยวบาร์และร้องคาราโอเกะ คิดถึงเรื่องนี้เมื่อไหร่ก็ เ จ็ บ ป ว ด เมื่อนั้น นอนไม่หลับ จนกล า ยเป็น

โ ร ค ซึ ม เ ศ ร้ า สาเหตุก็มาจากลูก คนที่พ่อเลี้ยงดูด้วยมือจนเติบใหญ่ แต่กลับกล า ยเป็นคนแปลกหน้าในร่างของนักศึกษาขอภาวนาในใจว่า นอ กจากวิช าความรู้ต่างๆที่ลูกจะเรียนรู้ จากสถาบันการศึกษาแล้ว ลูกจะกรุณาพัฒนาจิตใจให้เป็นคนซื่อสัตย์ และกตัญญูรู้คุณด้วยก็จะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดหลังจากได้ อ่ า น จดหมายฉบับนี้แล้ว ผมรู้สึกว่าผมยังต้องเดินหน้า ทำต ามนโยบายในการดูแลลูกต ามที่ตั้งใจไว้แต่แรก แม้จะรู้ว่ามันค่อนข้างลำบากในสังคมของเรามีอยู่วันหนึ่ง เพื่อนสมัยเรียนที่ย้ ายไปออสเตรเลียกลับมาเยี่ยมบ้าน มีโอกาสได้นั่ง

คุยกัน เขาเล่าว่า คนออสเตรเลียนอ กจากเชื่อถือในพระเจ้าแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่พวกเขาเชื่อมั่นก็คือ วิธีการเลี้ยงลูกแบบ ‘จะร ว ยแค่ไหน ก็ต้องเลี้ยงลูกแบบจน’ พวกเขาเชื่อว่า เด็กที่ เติบโตขึ้น มาภายใต้การดูแลปกป้องมากไปของพ่อแม่ เมื่อโตแล้วจะไม่มีปัญญาที่สามารถยืนอยู่บนลำแข้งตัวเอง และก็จะไม่มีวันสำนึกบุญคุณคนอื่นแม้กระทั่งพ่อแม่ตนก็ต ามวัน ถัดมาเรามีโอกาสออ กไปทำธุระด้วยกัน เจอฝนระหว่างทางเขาเห็นเด็กน้อยถูกห่อหุ้มด้วยผ้านวมอย่ างหนากลมไปหมดทั้งตัวจนดูคล้าย ‘ลูกบอลยัดนุ่น’ เขาบอ กว่า ‘เด็กควรจะใส่

เสื้อผ้าน้อยกว่าผู้ใหญ่หน่อย’เขาเล่าว่าในออสเตรเลียแม้หน้าหนาวก็จะไม่เห็นเด็กที่ถูกห่อแบบ ‘ลูกบอลยัดนุ่น’ เหมือนที่เห็น หรือในวันแดดจ้า แม้เด็กจะนั่งอยู่ในรถเข็นเด็กแต่คน เป็นแม่ก็จะทำใจแข็ง ไม่ยอมดึงที่บังแดดออ กมากันแดดให้ลูก เด็กที่วิ่งเล่นแล้วหกล้มเองพ่อแม่ก็จะยืนดูเฉยๆ ให้ลูกลุกขึ้น มาด้วยตัวเขาเอง ต่างๆ นาๆ ล้วนพย าย ามให้ลูกฝึกช่วยตัวเอง

และอ ดทนให้มากที่สุดธรรมเนียมของครอบครัว ช าวเอเชียอย่ างพวกเรา หลักการที่ยึดติดมานานกับนโยบายที่ว่า ‘จะย ากจนแค่ไหน ก็ไม่ยอมให้ลูกต้องลำบาก’ สงสัยจะถึงเวลาต้อง ทบทวนกันใหม่ได้แล้วการเลี้ยงลูกของสั ต ว์ ทั้งหล า ยในโลกนี้ ตอนลูกยังเล็กและอ่อนแอ บางชนิดอมลูกไว้ในปาก บางชนิดซุกลูกไว้ใต้ปีก กลัวลูกๆจะไม่ปลอ ดภั ย แต่พอลูกเริ่มโต ได้ที่แล้วพวกเขาจะไล่ลูกออ กไปอย่ างไร้เยื่อใย ให้ลูกไปเผชิญกับโลกภายนอ กเอง ไปฝึกวิทย ายุทธเองไปเผชิญปัญหาและมรสุมทุกรูปแบบ แล้วชีวิตจะไม่เจอทางตัน เห็นหรือยังว่า

แม้แต่ สั ต ว์ทั้งหล า ยก็ยังรู้ถึงหลักการที่ว่า ‘โอ๋ลูกจนไม่ลืมหูลืมต า ก็คือ การฆ่ าลูกแบบเลื อ ดเย็น’ ‘จะร ว ยแค่ไหน ก็ต้องเลี้ยงลูกแบบจน’ ด้วยวิธีนี้จะบังคับให้ลูกๆ ทั้งหล า ยรู้จักยืนอยู่ บนลำแข้งตัวเองและรู้จักสำนึกและตอบแทนบุญคุณ คนเป็นพ่อเป็นแม่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืม ถึงแม้คุณจะห่วงด้วยวิธีปกป้องหรือโอ๋ลูกขนาดไหนก็ต าม คุณคงไม่มีปัญญาต ามไปวุ่นวาย หรือ ดูแลพวกเขาในช่วงครึ่งหลังของชีวิตเขา เพราะตอนนั้นคงได้เวลาที่คุณจะได้หลับย าวไปแล้ว

ที่มา ขจรศักดิ์, fahhsai

Load More Related Articles
Load More By rooormai
Load More In ข้อคิด คำคม
Comments are closed.

Check Also

5 นิสัยที่ควรเลิกทำ อนาคตมีเงินเก็บ ชีวตดี

วันนี้เราอยอ กที่จะพาเพื่อนๆ ไปเรียนรู้นิสัยที่ควรหยุดทำ กับบทความ 5 นิสัยที่ควรเลิกทำ อนา…